บีเอ็นเค48 นำทีมคนบันเทิง ร่วมรับรางวัลเทพทองพระราชทาน ครั้งที่ 19

บีเอ็นเค48 วันที่ 11 มี.ค. สมาคมนักวิทยุและโทรทัศน์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ จัดงาน เทพทองพระราชทาน ครั้งที่ 19

บีเอ็นเค48 ในพระบรมมหาราชวัง โดยมี พลอากาศเอกชลิต พุกผาสุก องคมนตรี เป็นผู้แทนพระองค์ มอบรางวัลเทพทองและโล่เกียรติยศ แด่ดารา ศิลปิน และบุคคลในแวดวงโทรทัศน์และวิทยุกระจายเสียง ผู้ซึ่งทำคุณประโยชน์ต่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ เป็นแบบอย่างที่ดีต่อประเทศ

แบ่งเป็นรางวัลประเภท องค์กรดีเด่น จำนวน 29 รางวัล, นักวิทยุโทรทัศน์ดีเด่น จำนวน 25 รางวัล, นักวิทยุกระจายเสียงดีเด่น จำนวน 21 รางวัล และโล่เกียรติยศ สำหรับผู้ให้การสนับสนุนการจัดงานฯ 9 รางวัล รวมทั้งสิ้น 84 รางวัล

ในปีนี้ มีดาราศิลปิน เข้าร่วมรับรางวัลในประเภทองค์กรดีเด่น ได้แก่ บริษัท บีเอ็นเค 48 ออฟฟิศ จำกัด มี จ๊อบซัง-ณัฐพล บวรวัฒนะ กรรมการบริหารค่าย และผู้จัดการวง บีเอ็นเค 48 พร้อมด้วย แก้ว-ณัฐรุจา ชุติวรรณโสภณ, ไข่มุก-วรัทยา ดีสมเลิศ, มายด์-ปณิศา ศรีละเลิง, โมบายด์-พิมรภัส ผดุงวัฒนโชค, เนย-กานต์ธีรา วัชรทัศนกุล และ อิซึรินะ ตัวแทนวงเข้ารับรางวัล, บริษัท กรุงเทพโทรทัศน์และวิทยุ จำกัด (ช่อง 7 เอชดี), บริษัท เวิร์คพอยท์ เอ็นเทอร์เทนเมนท์ จำกัด (มหาชน), บริษัท ไลน์ คอมพานี (ประเทศไทย) จำกัด – ไลน์ทีวี และบริษัท ลูกทุ่งเน็ตเวิร์ก จำกัด

ส่วนรางวัลประเภทนักโทรทัศน์ดีเด่น ได้แก่ บุญฉลอง ภักดีวิจิตร ผู้กำกับการแสดง ละครโทรทัศน์ จากเรื่องทิวลิปทอง ทางช่อง 7, ซี-ฉัตรปวีณ์ รักอริยะพงศ์ พิธีกรรายการโทรทัศน์ จากรายการเรื่องเด่นเย็นนี้ ช่วงเดลี่ซีทรี ทาง ช่อง 3, โหน-ธนากร ศรีบรรจง พิธีกรและนักแสดง จากละครเรื่องชาติลำชี และชะชะช่า ท้ารัก ทางช่อง 7 และ ป๋อมแป๋ม-นิติ ชัยชิตาทร พิธีกรรายการจากรายการทอล์ก กะ เทย ทางช่องวัน 31, กันตชาติ เกษมสันต์ ณ อยุธยา ผู้ประกาศข่าว จากข่าวในพระราชสำนัก และ ข่าวภาคค่ำ ทางช่อง 7, อัษฎาพร เขียวอ่อน ผู้ประกาศข่าว จากรายการข่าวเที่ยง รายการเรื่องเล่าชาวบ้าน ทางช่อง 5, สิริเสาวภา ฤกษนันทน์ ผู้ประกาศข่าว จากข่าวในพระราชสำนัก ทางช่อง เอ็นบีที

รางวัลประเภทนักวิทยุดีเด่น ได้แก่ ลำไย-สุพรรษา เวชกามา หรือ ลำไยไหทองคำ ศิลปินนักร้องจากผลงาน เพลงผู้สาวขาเลาะ ออกอากาศทางสถานีวิทยุทั่วประเทศ, แซ็ค-มงคล สิงห์ชา หรือ แซ็ค ชุมแพศิลปินนักร้อง จากผลงาน เพลงคำแพง ออกอากาศทางสถานีวิทยุทั่วประเทศ, แบม-ปีติภัทร คูตระกูล นักจัดรายการวิทยุ จากรายการเก็ต 102.5 ทางสถานีวิทยุกองทัพอากาศ 102.5, ชัยชนะ บุญณะโชตินักร้อง นักแต่งเพลงลูกทุ่ง และเป็นศิลปินแห่งชาติ จาก เพลงล่องใต้ และ เพลงแม่แตงร่มใบ ออกอากาศทางสถานีวิทยุทั่วประเทศ, ไวพจน์ สกุลนี (เพชรสุพรรณ) นักร้องเพลงลูกทุ่ง ราชาเพลงแหล่ และศิลปินแห่งชาติ จากงาน เพลงแก้วรอพี่ และ เพลงนักร้องบ้านนอก ออกอากาศทางสถานีวิทยุทั่วประเทศ เป็นต้น

บีเอ็นเค48

ทางด้าน จ๊อบซัง-ณัฐพล เผยถึงความรู้สึกที่เข้ารับรางวัลครั้งนี้ว่า “พวกเรารู้สึกภูมิใจ และเป็นเกียรติ ที่ได้รับรางวัลนี้ ซึ่งเป็นรางวัลประราชทาน ส่วนหนึ่งของรางวัลนี้ เป็นสิ่งที่ตอกย้ำพวกเราพัฒนาตัวเอง และสร้างคุณภาพไม่ว่าจะเป็นตัวเอง หรือผลงานให้ดีขึ้นไป รางวัลที่เราได้รับเป็นองค์กรดีเด่น เป็นแบบอย่างให้กับสังคม ทำประโยชน์ให้กับสังคม เป็นรางวัลที่ผมคิดว่ามีคุณค่า เป็นเกียรติกับคนที่ทำงานอยู่สายนี้มาก เรารู้สึกยินดีที่ได้รับรางวัลนี้มาก”

มีมาตราฐานในการดูแลน้องๆอย่างไร
จ๊อบซัง ตอบว่า “มีในลักษณะของกฎระเบียบ มีพี่ที่ดูแลน้องๆอยู่ตลอดเวลา ด้วยองค์กรใหญ่สิ่งสำคัญที่สุดคือการสื่อสาร ดังนั้นเรื่องการสื่อสารจึงเป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้องค์กรเราเดินไปอย่างราบรื่น เวลามีข่าวเชิงลบออกมาเราต้องทำความเข้าใจก่อนอย่างแรก วิเคราะห์ก่อนว่าข่าวนี้เป็นข่าวจริง หรือข่าวเท็จ ถ้ามันเป็นข่าวเท็จ เราทำความเข้าใจกับน้องๆ ให้ระวังกับสิ่งที่เกิดขึ้น ครั้งนี้เป็นการเข้ารับรางวัลพระราชทานเป็นครั้งแรก ภูมิใจและเป็นเกียรติของพวกเราทั้งศิลปินและคนอื่นๆของวงเรา เป็นอีกรางวัลที่ผมคิดว่าเป็นสิ่งที่ย้ำให้เราคิดดีและทำดีต่อไปด้วยครับ”

ตัวน้องๆ รู้สึกอย่างไรบ้างที่ได้รับรางวัลนี้
ไข่มุก เผยว่า “ดีใจมาก เป็นครั้งที่สองแล้วที่ได้เข้ามาในพระบรมมหาราชวัง จริงๆวันนี้หนูมีสอย แต่ขอลาสอบเพื่อมารับรางวัลนี้ รู้สึกดีใจ และเป็นเกียรติกับตัวเองและมาก เราจะพัฒนาฝีมือของพวกเรายิ่งๆขึ้นไปอีกกับรางวัลที่เราได้มา”

แก้ว เสริมว่า “ดีใจมากที่ได้รับรางวัลนี้ เราได้รับประโยชน์จากสังคมมากมาย เพราะฉะนั้นในวันที่เรามีโอกาศก็อยากที่จะทำประโยชน์ให้กับสังคมบ้าง ให้เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ ที่ผ่านมาเราก็มีคอนเสิร์ต มีกิจกรรม และตอนนี้เราก็มีมูลนิธิเพื่อสร้างประโยชน์ให้กับสังคม”
“รู้สึกดีใจที่วันนี้ได้เข้ามารับรางวัล ได้มาเป็นตัวแทนของบีเอ็นเค 48 อยากจะทำหน้าที่ให้ดีขึ้นไปเรื่อยๆ อยากพัฒนาตัวเองไม่หยุดเลยค่ะ” โมบาย กล่าวปิดท้าย

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.khaosod.co.th

Read More
หลุยส์ สก๊อตต์

หลุยส์ สก๊อตต์ อยากมีลูก แต่ยังไม่พร้อมแต่ง อุบคำหวานอวยพรวันเกิดจาก นุ่น

หลุยส์ สก๊อตต์ ยอมรับแพ้เด็ก อยากมีลูก แต่ยังไม่พร้อมแต่ง นุ่น รมิดา อุบคำหวานอวยพรวันเกิดจากฝ่ายหญิง อยากเก็บความประทับใจไว้คนเดียว

หลุยส์ สก๊อตต์ เป็นอีกหนึ่งคู่รักคนบันเทิงที่แฟนคลับลุ้นว่าเมื่อไรจะมีข่าวดีกันสักที สำหรับพระเอกหนุ่ม หลุยส์ สก๊อตต์ และหวานใจสาวนุ่น รมิดา ซึ่งทั้งคู่คบหาดูใจกันมานานกว่า 10 ปีแล้ว เมื่อได้เจอตัวหนุ่มหลุยส์ก็ต้องจ่อไมค์อัปเดตเรื่องนี้กันหน่อย รวมถึงวันคล้ายวันเกิดที่ผ่านมา (4 มีนาคม) หลายคนอยากรู้ว่าได้ของขวัญพิเศษอะไรจากสาวนุ่นหรือไม่

วันเกิดที่ผ่านมาเป็นอย่างไรบ้าง ?
หลุยส์  : ก็รู้สึกเด็กขึ้นครับ (หัวเราะ) แก่ขึ้นครับ

เห็นมีเซอร์ไพรส์ในกองถ่ายละครด้วย ?
หลุยส์  : เราก็นึกไม่ถึงเหมือนกันครับ เพราะในละครมีฉากเกี่ยวกับเค้กอยู่แล้ว ซึ่งเป็นเค้กวันเกิดของบุคคลหนึ่งในเรื่อง เราเห็นเขาเตรียมเค้กไว้แล้ว แต่คิดว่าไม่ใช่ของเราหรอก สุดท้ายตอนเข้าฉาก ทุกคนก็มองมาที่ผม เราก็เลยรู้และรับเค้กไป

แล้วหวานใจ นุ่น รมิดา ให้อะไรไหม ?
หลุยส์  : ความจริงบอกนุ่นแล้วครับ ว่าเราถึงจุดที่ไม่ได้ต้องการสิ่งของแล้ว เพราะเป็นวัยที่เราต้องการอะไรก็สามารถซื้อเองได้ เรื่องเซอร์ไพรส์จึงไม่ได้มีความหมายอะไรมาก ขอเป็นกำลังใจ และคำพูดหวาน ๆ ดีกว่าครับ

แล้วนุ่นพูดอะไรหวาน ๆ กับเราไหม ?
หลุยส์  : บอกไม่ได้ (หัวเราะ) ถ้าผมบอกไปมันก็ไม่ใช่ของผมคนเดียวสิ เรื่องแบบนี้มันประทับใจผมมากกว่าที่จะเป็นสิ่งของ ถ้าเป็นสิ่งของเราก็จะมัวแฮปปี้กับของ แล้วลืมคนที่ให้ แต่ถ้าเป็นคนให้ มันมีค่าสำหรับเราและจะอยู่ได้นานครับ

หลุยส์ สก๊อตต์

หลายคนอยากเห็นโมเมนต์พิเศษ ๆ ในวันเกิดของหลุยส์บ้าง ?
หลุยส์  : ไม่มีครับ เราอยากเก็บให้มันเป็นเรื่องระหว่างเรา เป็นโมเมนต์สำหรับคนสองคน แต่ถ้าเป็นวันวาเลนไทน์อะไรแบบนั้น ที่เป็นวันของทุกคนทั้งโลกก็อาจได้เห็น แต่นี่มันเหมือนเป็นวันของผม เลยอยากเก็บความรู้สึกให้เป็นของผมคนเดียว

มีของขวัญพิเศษให้ตัวเองไหม ?
หลุยส์  : ไม่มีครับ แปลกนะที่ผมมองข้ามตรงนั้นไป ให้มันเป็นวันพิเศษที่ได้รับคำอวยพรจากเพื่อน ๆ คุณแม่ ครอบครัว และจากนุ่น มันก็เพียงพอแล้ว เราไม่ได้ต้องการอะไรมาก

หลุยส์ สก๊อตต์

เราแพลนอนาคตในปีนี้ไว้อย่างไรบ้าง ?
หลุยส์ : ค่อนข้างไกลครับ ปีนี้ถือว่าแน่นครับ อายุขนาดนี้แล้วต้องซีเรียสเรื่องอนาคต และสำหรับคนที่ร่วมอนาคตกับเราด้วย ก็อยากให้ความมั่นใจกับเขา เมื่อเรารู้สึกว่าพร้อมแล้ว ก็จะเขยิบไปข้างหน้า แต่การเขยิบไปข้างหน้ามันไม่ใช่แค่เรื่องระหว่าง 2 คน มันค่อนข้างกว้าง มันค่อนข้างเปลี่ยนชีวิตผม มันจึงยังไม่ถึงเวลา

พอหลายคนลุ้นเรื่องแต่งงาน เรากดดันไหม ?
หลุยส์  : ไม่นะ มันเป็นอะไรที่สามารถถามได้ เพราะเราเป็นดารา คนอยากรู้ชีวิตเราว่าจะเป็นแบบไหน เราก็ตอบเท่าที่ให้ข้อมูลได้ เพราะไม่อยากกดดันตัวเอง ส่วนกับนุ่นเรื่องนี้เราคุยกันตลอดครับ ซึ่งนุ่นก็บอกอยู่ตลอด ว่าไม่เอา ๆ ไม่อยากแต่ง

เรื่องลูก อยากมีไหม ?
หลุยส์  : แน่นอนครับ ผมแพ้เด็ก เห็นแล้วน่ารัก อยากมีบ้าง ซึ่งก็มีส่วนที่ทำให้อยากแต่งงาน

ขอบคุณแหล่งที่มา https://women.kapook.com

Read More

กิ๊ก มยุริญ เปิดใจหลังบวชนาน 7 เดือน เจอทั้งงูและเปรตมาขอส่วนบุญ

กิ๊ก มยุริญ ห่างหายจากหน้าจอไปนานพอสมควรสำหรับนักแสดงสาว กิ๊ก ที่ก่อนหน้านี้เจ้าตัวตัดสินใจไปบวช 227 วัน หรือประมาณ 7 เดือน ที่ประเทศพม่า

กิ๊ก มยุริญ ตอนนี้สาวกิ๊กก็ได้สึกเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ล่าสุด กิ๊ก มยุริญ มาเปิดใจเล่าเรื่องราวตลอด 7 เดือนที่ไปบวช ผ่านทาง รายการคุยแซ่บ Show ทางช่อง one 31 ที่มี พีเค ปิยะวัฒน์ และ ธัญญ่า ธัญญาเรศ เป็นพิธีกร

ชีวิตการบวช 7 เดือนเป็นยังไงบ้าง?

กิ๊ก : “มันก็ซ้ำๆ ซากๆ เหมือนทุกวัน ตื่นตี 2.30 – 2.50 น. ของทุกวัน มาเดินจงกรม 1 ชั่วโมง นั่งสมาธิอีก 1 ชั่วโมงแล้วไปกินข้าวเช้า กลับมาซักผ้า นั่งสมาธิ เดินจงกรมอะไรประมาณนี้ แล้วก็กินข้าวกลางวัน กลับมานั่งเดินนั่ง อ่านหนังสือ อาบน้ำ เดินจงกรม นั่งสมาธิ ก็จะเป็นแบบนี้ทุกวัน วันนึงนอน 4-5 ชม. เท่านั้น คือมันเป็นช่วงที่พี่ฟิตมากเวลาที่ได้อยู่กับตัวเองยาวๆ แล้วเวลาที่ได้เป็นนักบวชมันไม่ได้หาง่ายๆ”

ถือว่าลำบากที่สุดในชีวิตไหม?

กิ๊ก : “ไม่ลำบากค่ะ ถือว่าเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดในชีวิตเลย เพราะว่าเราได้อยู่กับตัวเองจริงๆ เป็นเหมือนนักบวชจริงๆ ไม่ได้ติดต่อใครเลย คือลาตายกับคุณพ่อ คุณแม่ตั้งแต่ก่อนไปแล้ว คือครั้งนี้กลับมาไม่รู้จะได้เจอกันอีกไหม ครั้งนี้ก็ขอไปปฎิบัติให้เต็มที่”

ทุกวันตั้งแต่ตื่นมาจนเข้านอนไม่พูดสักคำเลยเหรอ?

กิ๊ก : “คือน้อยมากที่จะพูด ถ้าพูดกับพระอาจารย์ เพราะว่าการพูดมันทำให้สติ สมาธิเรามันกำหนดยาก เพราะว่าจิตมันจะปรุงแต่งเร็วมาก เพราะฉะนั้นการที่พูดคุยน้อยที่สุดทำให้มีความก้าวหน้าในการปฏิบัติมากที่สุด”

เห็นว่าวันแรกที่ไปเจองู?

กิ๊ก : “วันแรกหลังจากที่บวชเรียบร้อยเดินมาที่กุฏิ งูเลื้อยกำลังจะเข้ากุฏิ รู้สึกว่าเขาคงมารับบุญจากเรา ที่โน้นยังอยู่กับธรรมชาติเยอะมาก ยังมีงู มีกบ มีตะขาบ มีสัตว์เยอะมาก ไปก็ดีนะได้อยู่กับธรรมะได้เห็นว่าชีวิตของเราอยู่ด้วยความไม่เที่ยง พร้อมจะตายตลอดเวลา มันมีกรณีที่งูเข้ากุฏิมาตอนกลางคืน ขดอยู่หลังประตู ตอนนั้น 3 ทุ่มกว่าๆ เรากำลังจะไปปิดไฟและไปนอน แล้วเราก็เห็น ตอนนั้นไม่มั่นใจว่าเป็นผ้าเช็ดเท้าหรือว่างู ก็เลยกำหนดสติไปเคาะห้องชีกลอย ช่วยไปดูหน่อยว่านั่นคืออะไร ก็เอาไฟฉายไปส่องก็น่าจะเป็นงู ก็ช่วยกันใหญ่ แต่สุดท้ายก็ต้องไปตามคนมาช่วย คือพี่ไม่กรี๊ดไม่อะไรเลย เพราะพี่เจอบ่อย งูตัวนั้นไม่ใหญ่ แต่เป็นงูมีพิษ ตัวสีดำ แต่ลวดลายสวยงามมาก และมันห่างจากที่พี่นั่งสมาธิ 6 ก้าว พี่ก็คิดในใจว่านี่บุญนะ ถ้าเกิดวิบากกรรมเราเคยฆ่ากันเขาก็คงเลื้อยมากัดเราแล้ว ทันก็เลยได้เห็นสัจธรรมว่าชีวิตมันไม่เที่ยงจริงๆ เราพร้อมตายทุกเมื่อ”

นอกจากเจองู เจอแมงมุม เจอทุกอย่างเห็นว่าเจอเปรตด้วย?

กิ๊ก : “มันไม่ใช่เรื่องที่น่ากลัวนะ เพราะเปรตก็เป็น 1 ใน 31 ภพภูมิ เปรตที่พี่เจอ ปกติอยู่ที่เมืองไทยพี่ก็เจอ ตอนนั้นไปปฏิบัติธรรมที่ลำปาง ตอนนั้นเป็นเสียงโหยหวนมาก แล้วมาจากที่ไกล เสียงมันก็จะดัง ซึ่งตอนนั้นก็ยังไม่รู้ว่าคืออะไร เขาก็ไม่ยอมเลิกร้องสักที”

“พอเช้าวันรุ่งขึ้นก็ไปถามพระอาจารย์ว่าได้ยินเสียงนี้มันคืออะไร พระอาจารย์บอกว่าเพื่อนใคร ญาติใคร คนคนนั้นก็จะได้ยิน แล้วบอกว่าเป็นเปรตให้เราแผ่เมตตาซะ ซึ่งกิ๊กก็มีความรู้ว่าเสียงนี้คือเปรต พอไปที่พม่า พอกิ๊กบวชเสร็จปุ๊บคืนนั้นก็นอน 4 ทุ่มได้ยินเลย แบบเสียงโหยหวนมาก ตอนนั้นไม่กลัว เราบวชเป็นลูกพระพุทธเจ้าแล้ว เราก็แผ่เมตตาไป เสียงก็หายไป เราได้ยินแค่เสียงไม่เห็นภาพ เพราะพี่อธิฐานตลอดว่าถ้าอยากได้บุญจากข้าพเจ้าอย่ามาให้เห็นตัวเป็นๆ”

ผมเคยดูสูงๆ แล้วปากเท่ารูเข็ม?

กิ๊ก : “เปรตมี 12 จำพวก เปรตมีรายละเอียดหลายอย่าง แล้วแต่ว่าทำกรรมแบบไหน คือพี่จะบอกว่าเราต้องทำความดีให้มาก เปรตมีจริงๆ อย่าไปเกิดในภพภูมินี้เลย เพราะว่าแทบไม่มีอะไรจะกิน เปรตบางจำพวกนี้กินแต่อุจาระ เสมหะ บางจำพวกทำร้ายตัวเองและกินเลือดตัวเอง”

กิ๊ก มยุริญ 

ตั้งแต่เด็กจนก่อนบวชกลัวผีไหม?

กิ๊ก : “กลัวนะ แต่ตั้งแต่ทำรายการ มิติลี้ลับก็เริ่มไม่กลัว เพราะรู้ว่าผีมีจริง พี่เคยเห็นเป็นเงาดำๆ เหมือนคนเลยแต่ว่าทรงผมไม่ได้เป็นทรงเหมือนพวกเรา เป็นทรงเหมือนคนในอดีต มายืนอยู่ตรงทางแยกในถ้ำที่จังหวัดกาญจนบุรี พี่เคยไปลองของกับพี่ป๋อง ไปเล่นผีถ้วยแก้ว แล้วเราก็ไปที่ตึกๆ หนึ่ง เป็นตึกร้างอยู่ใจกลางกรุงเทพฯ แต่ตอนนี้เขาสร้างใช้งานเรียบร้อยแล้ว”

“ซึ่งเราไปเล่นกันที่ชั้น 9 ของตึก เชื่อไหมมีคนผีเข้าจริงๆ ก็มีการถามคำถามกัน และก่อนที่เด็กคนนี้จะผีเข้า ก็มีคำถามว่าคุณต้องการอะไร แก้วมันลากไปที่ ต. และ ย. คือตอนนั้นมันไม่มีสระ ความหมายก็คือ ตาย หลังจากนั้นเด็กคนนั้นใจไม่ดี แล้วมือเขาก็หล่น ผีเขาเลย เขากรี๊ด พูดคำหยาบ อย่ามายุ่งกับกู แรงเยอะมาก เขาพยายามวิ่งไปกระโดดตึก เราก็ไม่รู้จะทำยังไง ใช้เวลา 2 ชม.ไปตามคนที่มีความรู้มาช่วย”

หลังบวช 7 เดือนมุมมองในการใช้ชีวิตเปลี่ยนไปไหม?

กิ๊ก : “เปลี่ยนไปแบบสิ้นเชิง รู้สึกว่าชีวิตมีความสุขมาก การใช้ชีวิตอย่างพอเพียงไม่ใช่เรื่องยากเลย การที่เราจะใช้ชีวิตตามที่พระพุทธเจ้าสอนไม่ใช่เรื่องยาก เพียงแค่ลงมือทำ ความดีไม่ได้ทำยาก แต่เราลืมที่จะทำเท่านั้นเอง รู้สึกมีความสุขมากๆ”

พี่มีปัญหาเรื่องความรักหรือเปล่า ถึงไปบวช?

กิ๊ก : “ไม่ได้มีปัญหาเรื่องความรักใดๆ แต่เนื่องจากพี่ปฏิบัติธรรมมานานรู้สึกว่าอยากจะเข้าใจสิ่งที่พระพุทธเจ้าสอนให้ละเอียดยิ่งขึ้น ก็เลยคิดว่าการปฏิบัติต้องยาวเท่านั้นเราถึงจะเห็นว่าพระพุทธเจ้าสอนอะไรแล้วมันเป็นแบบนั้นจริงๆ”

แล้วแบบนี้มุมมองความรักเปลี่ยนไปไหม?

กิ๊ก : “พี่ไม่อยากมีคู่มาแต่ไหน แต่ไรแล้ว พี่ก็เคยมีแฟน แต่ก็เลยไม่อยากมีอีกเลย คือพี่อยากไปถึงนิพพาน เพราะฉะนั้นเรื่องอะไรที่พี่ละได้ วางได้ พี่ก็ทำ แต่ถ้ามีใครเข้ามาแล้วเขายอมให้พี่ไปบวชตลอดชีวิตอันนั้นก็น่าสนใจอยู่”

ย้อนกลับไปวันที่พี่บอกแม่ว่าจะไปบวช แม่ว่าไงบ้าง?

กิ๊ก : “แม่ก็ไม่ค่อยแฮปปี้เท่าไหร่ เพราะว่าน้องสาวกิ๊กบวชเป็นแม่ชีถาวรแล้ว กิ๊กบวชเป็นแม่ชีชั่วคราว คุณแม่ก็กลัวกิ๊กบวชไม่สึก แต่เราคุยกันตั้งแต่แรกแล้วว่ายังไงกิ๊กก็สึก”

สาเหตุที่ออกมาใช้ชีวิตธรรมดาก็เพราะว่าคุณพ่อ คุณแม่?

กิ๊ก : “ด้วยส่วนหนึ่ง ถ้าเกิดเราบวชไม่สึกตอนนี้คนที่ทุกข์ที่สุดคือท่าน แล้วพี่อยากให้ท่านอนุโมทนาบุญ ไม่อยากให้ท่านมีอกุศลจิตใดๆ กับการบวชของเรา”

แล้ววันที่ลาสิกขาเป็นไงบ้าง?

กิ๊ก : “แอบเศร้านิดนึง รู้สึกว่าตอนแรกที่บวชก็รู้สึกว่าไม่รู้จะได้มาบวชอีกไหม แต่เมื่อลาสิกขาแล้วยังไงก็น่าจะมีโอกาสกลับไปบวชอีกแน่นอน”

เห็นว่านำธรรมะไปชี้ทางให้คนใกล้ตัวอีกด้วย?

กิ๊ก : “พี่ธงธงค่ะ เขาได้เรียนธรรมะตั้งแต่พี่สาวเสีย ตอนนั้นเขาจะกระโดดกลองไฟตายตาม แต่พอเขามีธรรมะเขาก็รับได้กับคำว่า เกิด แก่ เจ็บ ตาย แต่ล่าสุดเคสที่ต้องบอกว่าพี่ธงสุดยอดคือเคสของคุณแม่ป่วยหนักมาก วันนั้นพี่ธงโทรมาบอกว่าแม่อาการหนักหมอบอก 4 ทุ่มคืนนี้ไม่น่ารอด พี่ก็เลยบอกพี่ธงว่าทำใจดีๆ นะ วันนี้กิ๊กสแตนบายถ้าเกิดมีอะไรก็โทรมาหากิ๊กแล้วกัน ทีนี้พี่ธงก็ไปจุดธูปต่อหน้าพระขอให้คุณแม่อาการดีขึ้น ถ้าแม่เขาดีขึ้นเขาจะขอบวช เชื่อไหมวันนั้น 4 ทุ่มแม่พี่ธงก็ไม่ไป ณ วันนี้แม่พี่ธงก็ยังมีชีวิตอยู่ พี่ธงนี่ต้องบอกเลยว่าผ่านวิกฤตได้ด้วยธรรมะ เพราะเขาบอกว่าตอนที่แม่แย่มากๆ ตอนพี่สาวเสีย เขากำหนดสติตลอดเวลา เขาได้เห็นว่าทุกครั้งที่เขากำหนดสติความเสียใจ ความโศกเศร้ามันทำร้ายเขาไม่ได้”

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.sanook.com

Read More

ป๊อบ ปองกูล บอกสภาพจิตใจตอนนี้เหมือนยังมีแผล รอวันเข้าพบจิตแพทย์เพื่อฟื้นฟู

ป๊อบ ปองกูล ออกมาเปิดใจอีกครั้งหลังตั้งโต๊ะแถลงข่าวชี้แจงกรณีดราม่าคบซ้อน สำหรับนักร้องหนุ่มเสียงเอกลักษณ์ ป๊อบ

ป๊อบ ปองกูล ในงานแถลงข่าวคอนเสิร์ต 4 แยกปากหวาน ตอน 2562 สี่แยกครองเมือง

โดยครั้งนี้ ป๊อบ ปองกูล ได้เผยถึงสภาพจิตใจให้ฟังว่า ยังไม่ค่อยโอเคเท่าไหร่ ซึ่งเวลาอยู่กับกลุ่มเพื่อนก็จะมีความสนุกสนาน มีความสุข แต่ลึกๆ ยังมีบาดแผลในใจ จึงนัดจิตแพทย์เพื่อฟื้นฟูสภาพจิตใจตัวเองให้ดีขึ้นและกลับมาเป็นเหมือนเดิม

หลายๆ คนเป็นห่วงสภาพจิตใจป๊อบ ว่าจะทำได้เต็มที่ไหม?

ป๊อบ : “ก็พยายามทำเต็มที่ที่สุดครับ ส่วนใหญ่ผมเล่นคอนเสิร์ตตั้งแต่เป็น แคลอรี่ บลาบลา มา ผมก็ใช้ใจนำอยู่แล้ว เวลาจะสนุกมันก็ไปสนุกได้ เวลามีความสุขก็ไปมีความสุขได้ แต่จริงๆ เวลาอยู่กับเพื่อนๆ ทั้ง 3 คน มันเป็นกลุ่มคนที่พาเราพ้นน้ำมาตลอด เวลาอยู่ด้วยกันมันก็จะมีความสุข เพราะฉะนั้นมันจะมีความสนุกสนานอยู่แน่นอนครับ”

พี่ฉอด : “พี่ว่าอันหนึ่งที่สำคัญที่สุดคือเราทุกคนมีความเป็นมืออาชีพค่ะ เราทุกคนรู้ว่าไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น เราต้องมีความรับผิดชอบที่เรามีต่อคนดูของเรา อันนั้นเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด เพราะฉะนั้นพี่เชื่อว่านักแสดงทุกคน หรือนักร้องทุกคนเวลาขึ้นเวที ทุกคนมีเรื่องในใจกันทั้งนั้น แต่หน้าที่ของเขาคือการสร้างความสุขให้กับคนอื่น ในแง่ของพวกเรากันเองตอนนี้บัตรหมื่นใบก็เหลือน้อยมากจริงๆ เพราะฉะนั้นมีคนจำนวนมากที่อยากสนุกและอยากดูพวกเรา พวกเราก็ต้องรับผิดชอบในความคาดหวังของพวกเขา อันนั้นคือโจทย์ที่สำคัญที่สุดเหนือกว่าสิ่งอื่นใดที่มันเป็นอยู่ตอนนี้ค่ะ”

ตอนแถลงบนเวทีก็โดนไปเยอะเหมือนกัน วันจริงจะขนาดไหน ?

อ๊อฟ : “ไม่ต้องห่วงครับ”

ป๊อบ : “หมายถึงว่าจะดูแล”

อ๊อฟ : “ไม่ต้องห่วง (หัวเราะ) แต่รับรองได้ว่าสนุกแน่นอนครับ คือจริงๆ อ๊อฟว่าทุกอย่างที่มันจะเกิดขึ้นบนเวที ถ้ามองในเรื่องของความสนุกบนเวทีนะ ได้เยอะเลยแหละ”

พี่ฉอด : “ก็ไม่แน่ค่ะ จากวันนี้ไปจนถึงวันโชว์ อาจจะมีเรื่องอื่นเข้ามา”

ขออนุญาตถามถึงสภาพจิตใจป๊อบ ตอนนี้โอเคขึ้นหรือยัง ?

ป๊อบ : “ก็เอ่อ… ก็ยังไม่ได้โอเคมากครับ คือผมก็ยังมีแผลอยู่ ซึ่งเวลาอยู่กับเพื่อน มันก็จะมีความสนุกสนาน มีความสุข แต่ว่ามันก็มีจังหวะดาวน์ของมัน ซึ่งเอาจริงๆ ตอนนี้ผมก็มีนัดกับหมออยู่เหมือนกันครับ มันจำเป็นต้องฟื้นฟูในลักษณะที่มันลึกขึ้นครับ”

ป๊อบ ปองกูล

ไปปรึกษาจิตแพทย์เพื่อบรรเทาจิตใจใช่ไหม ?

ป๊อบ : “ครับ”

เรารับมือกับความคิดตัวเองอย่างไรบ้าง ?

ป๊อบ : “ไม่ได้รับอะไรเลยครับ ลอย (หัวเราะ) จริงๆ คนที่เป็นที่ปรึกษาสำคัญในช่วงแรกเลย ก็คือพี่ฉอดนี่แหละครับ ก็เป็นคนที่ให้คำปรึกษาอยู่เสมอ แล้วแต่ละคำปรึกษามันก็เป็นคำปรึกษาที่ใช้งานได้ง่ายจริงๆ เพราะฉะนั้น เราก็รู้สึกว่าอย่างน้อยก็อุ่นใจว่าคำปรึกษาจากผู้ใหญ่ท่านนี้ เขาไม่เคยคิดจะทำร้ายเราอยู่แล้ว ก็เลยผ่านจุดนั้นมาได้บ้าง แต่มันก็ต้องมีการซ่อมแซมความรู้สึก คือมันไม่ใช่ความรู้สึกเราคนเดียว แต่มันเป็นความรู้สึกของคนรอบข้าง ของคนที่เราเจอ แล้วก็คนที่ประสบเหตุนี้ด้วยครับ”

พอเราแถลงข่าวไป มันก็มีกระแสด้านบวกมาถึงเราเยอะเหมือนกัน หลายคนหันมาให้กำลังใจเรา ?

อ๊อฟ : “ก็ขอบคุณครับ เพราะว่ามันเป็นเรื่องที่ดี ต้องขอบคุณมากๆ เพราะอ๊อฟว่าเรื่องที่มันเกิดขึ้น มันไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้นหรอก เพียงแต่ว่าพอมันผ่านมาแล้ว ทุกอย่างก็เป็นวัฎจักรของมัน ใครทำอะไรมันก็ได้อย่างนั้นแต่ว่าทุกวันนี้ สิ่งที่มันจะเยียวยาได้ ก็คือเวลาแล้วก็กำลังใจ”

ป๊อบ : “พูดดีนะ (ยิ้ม)”

เพลงที่เลื่อนไป หลายคนเสียดายอยากจะฟังแล้ว ?

ป๊อบ : “จริงๆ ทางค่ายก็พยายามอยากจะปล่อยแล้วนะครับ แต่อาจจะมีติดปัญหาอยู่นิดหน่อย ซึ่งที่คุยๆ กันก็ใกล้แล้วครับ”

เรื่องที่เกิดขึ้นกระทบกับงานในส่วนอื่นๆ เยอะไหม ?

ป๊อบ : “โดยตัวงานที่เป็นงานจ้าง ไม่มีผลครับ แต่โดยส่วนตัวเราคิดว่ามันมีผลบ้างทางด้านจิตใจ เพราะบางทีที่ขึ้นไปร้องเพลง เพลงมันเป็นการเปิดประตูเรา เปิดหัวใจเรา ถ้าสัมภาษณ์แบบนี้ผมไม่ต้องเปิดมันมาก แต่พอร้องเพลงเปิดไปแล้วมันดันปิดไม่ได้ ซึ่งบางทีเราก็จะดาวน์การเล่นโชว์หรือร้องเพลงไปเลย หมายถึงในช่วงนี้นะ เราเลยคิดว่าเราจำเป็นต้องหาจิตแพทย์”

แสดงว่าเราก็เศร้ากับเพลงของตัวเองไปด้วย ?

ป๊อบ : “เอ่อ… ไม่ทั้งหมดครับ หมายถึงว่าเราไม่รู้ว่าเราต้องทำมันในรูปแบบไหน และไม่รู้ว่าทำไปแล้วมันดีหรือไม่ดี ทุกครั้งที่อยู่บนเวทีมันกลายเป็นว่าถูกจับจ้องไปหมด อย่างตอนนี้ที่เราตอบคำถามอยู่ ผมก็ไม่รู้ว่าคำตอบของผมมันไปกระทบกับใคร หรือไปกระทบกับจิตใจใครที่ดูอยู่”

พอมีกระแสข่าวนี้ กลายเป็นว่าความไว้ใจที่หลายคนมีให้ลดลง เราจะเรียกความไว้ใจ ความเชื่อใจนี้กลับมายังไง ?

พี่ฉอด : “พี่ว่าเวลาที่มันเกิดเรื่องแบบนี้ เราคงไม่สามารถที่จะบอกว่าให้ทุกคนมาคิดแบบเดียวกัน หรือรู้สึกแบบเดียวกันได้ อันนี้พี่ว่าเราต้อวเคารพในวิธีคิดของแต่ละคน สิ่งใดก็ตามที่เรารู้สึกตัวว่าทำผิด เราก็แค่แก้ไขให้ถูกต้อง แต่เราจะไปบอกทุกคนให้เขากลับมารู้สึกยังไงกับเรา พี่ว่าเราเรียกร้องความรู้สึกอันนั้นไม่ได้ หลายสิ่งหลายอย่างมันต้องใช้เวลาค่ะ ทุกสิ่งทุกอย่างมันต้องใช้เวลาไปเรื่อยๆ ป๊อบเองเขาคงต้องใช้เวลาในการเยียวยา เหมือนที่หลายๆ คนที่อยู่ในเรื่องราวนี้ ก็คงต้องใช้เวลาในการเยียวยาจิตใจด้วยกันทั้งนั้น แต่บอกได้อย่างหนึ่งในฐานะที่เป็นคนทำงาน ป๊อบจะร้องเพลงเพราะมากในช่วงนี้ค่ะ (หัวเราะ)”

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.sanook.com

 …

Read More
ปุ๊กลุก ฝนทิพย์

ปุ๊กลุก ฝนทิพย์ เล่าโมเมนต์โกอินเตอร์ เหมือนได้ตะโกน ไทยแลนด์ บนเวทีอีกครั้ง

ปุ๊กลุก ฝนทิพย์ ถึงแม้จะเคยผ่านการประกวดนางงามระดับโลก อย่างเวที Miss Universe เมื่อปี 2010 มาแล้ว

ปุ๊กลุก ฝนทิพย์ สำหรับการโกอินเตอร์ครั้งแรกในฐานะแขกคนพิเศษของงาน New York Fashion Week 2019 ก็ไม่ได้ทำให้ความตื่นเต้นของนางเอกสาว ปุ๊กลุก ลดลงเลย

เพราะล่าสุดเจ้าตัวได้ออกมาเล่าประการณ์ดังกล่าวให้เราฟังว่า เป็นช่วงเวลาสุดที่ตื่นเต้นในชีวิต เหมือนได้เป็นตัวแทนคนไทยออกไปประกาศคำว่า ไทยแลนด์ ให้ชาวโลกได้รับรู้ พร้อมกันนั้นสาวปุ๊กลุกก็ยังถือโอกาสนี้เผยโมเมนต์ที่ได้รับเชิญไปร่วมงานปาร์ตี้วันเกิดส่วนตัวของ ปารีส ฮิลตัน ให้เราฟังอีกด้วย

ได้มีโอกาสไปร่วมงานแฟชั่นวีครู้สึกยังไงบ้าง ?
“ความรู้สึกวันนั้น เอ่อ…ตื่นเต้นมากค่ะ เพราะมันก็เป็นงานใหม่ของเรา และเราก็ไม่รู้ด้วยว่ามันจะออกมาในรูปแบบไหน เนื่องจากว่ามันเป็นงานระดับโลกครั้งแรกของเราเลย แถมช่วงก่อนที่จะไปก็เกือบจะทำวีซ่าไม่ทันด้วยซ้ำ เนื่องจากมันเป็นช่วงที่งานในไทยของเราก็ค่อนข้างยุ่ง แต่พอทางนั้นเขาคอนเฟิร์มมาว่าอยากให้เราไปจริงๆ เราก็เลยต้องเร่งทำวีซ่าให้เสร็จเพื่อที่จะได้ไปร่วมงานให้ทันค่ะ”

ฟีดที่ออกมาก็เหมือนช่างภาพในต่างประเทศจะให้ความสนใจในตัวเรามาก ?
“ก็ตกใจเหมือนกันค่ะ เพราะอย่างที่บอกมันเป็นครั้งแรกจริงๆ แถมเราเองก็ยังใหม่กับงานในต่างประเทศมาก แต่พอฟีดแบคมันออกมาแบบนี้ มันเลยทำให้เรารู้สึกเหมือนกับว่าได้กลับไปประกวดนางงามใหม่อีกครั้ง ‘ไทยแลนด์’ ฉันมาในนามของคนไทย ฉันต้องทำให้ดีที่สุด มันเป็นความรู้สึกเหมือนกับว่าเราเป็นตัวแทนของคนไทยจริงๆ”

น้องจากจะได้ไปชมแฟชั่นโชว์แล้ว เรายังได้กระทบไหล่ ปารีส ฮิลตัน อีกด้วย ?
“จริงๆ เราเจอกันที่งานก่อนค่ะ แต่ด้วยความที่เรานั่งโต๊ะใกล้กันและพีอาร์ที่ดูแลเราอยู่เขาก็รู้จักกับปารีสอยู่แล้ว มันก็เลยมีการชวนผ่านกันค่ะ”

เราได้มีโอกาสพูดคุยหรือสนทนาอะไรกับปารีสบ้างไหม เพราะเห็นว่าไปร่วมปาร์ตี้วันเกิดด้วย ?
“ปาร์ตี้วันเกิดเขามีคนไปร่วมงานเยอะมากค่ะ ดังนั้นเราเลยไม่ค่อยมีโอกาสได้คุยอะไรกันมากมาย แต่เท่าที่ได้พูดคุยกันคร่าวๆ เขาก็บอกว่าเขาเคยมาประเทศไทยและก็ชอบประเทศไทยมาก”

ตัวเขาทราบไหมว่าเราเป็นซุปเปอร์สตาร์ในเมืองไทย ?
“เราไม่ได้เป็นซุปเปอร์สตาร์ค่ะ แต่เขาก็ทราบว่าเราเป็นนักแสดง เวลาเรียกเขาก็เรียกเราว่า ‘ฝนทิพย์’ เนื่องจากว่าเวลาอยู่ในต่างประเทศจะใช้ชื่อว่า ‘ฝนทิพย์’ เป็นหลัก”

ตกใจไหมที่อยู่ดีๆ เขาก็มาชวนเราไปงานวันเกิด ทั้งที่เพิ่งเจอกันแค่ครั้งแรก ?
“ก็อย่างที่บอกค่ะ ด้วยความที่ก่อนหน้านั้นเรานั่งโต๊ะใกล้กัน และเขาก็สนิทกับพี่อาร์ที่ดูแลเราจริงๆ บวกกับนิสัยของเขาที่เป็นคนน่ารัก เขาก็เลยชวนเราไปร่วมด้วย”

ชุดที่เราใส่ไปร่วมงานเป็นชุดที่สไตล์ลิสจัดหาให้ หรือเราเป็นหาเอง ?
“ชุดนั้นเป็นชุดที่อยู่ในกระเป๋าของเราเองค่ะ เพราะเราไม่ได้รู้ล่วงหน้าว่าเราจะได้ไปงานนี้ แต่ก็โชคดีที่เราเตรียมพร้อพไปเยอะ (หัวเราะ)”

ปุ๊กลุก ฝนทิพย์

บรรยากาศปาร์ตี้วันเกิดในตอนนั้นเป็นยังไงบ้าง สนุกสนานไหม เพราะเขาเป็นถึง ปารีส ฮิลตัน ?
“เป็นปาร์ตี้ที่อบอุ่นมากค่ะเพราะว่าเป็นปาร์ตี้ที่จัดขึ้นในบ้าน และคนที่ไปร่วมงานก็มีแต่คนในแวดวงแฟชั่น ตื่นเต้นมากค่ะ เป็นอีกงานหนึ่งในชีวิตที่ตื่นเต้นมากจริงๆ”

ได้มีการแลกคอนแทคกันส่วนตัวบ้างหรือเปล่าสำหรับเรากับปารีส ?
“ไม่มีค่ะ แต่ส่วนใหญ่เราจะคุยกันผ่านอินสตาแกรมเป็นหลัก”

เห็นว่าเขาเข้ามาตอบคอมเมนต์ที่เราโพสต์อวยพรวันเกิดเขาด้วย ?
“ใช่ค่ะ เขาน่ารักมาก เป็นคนที่น่ารักดี ตอนนี้ก็เลยกลายเป็นแฟนคลับของเขาอีกคนหนึ่งไปเลย”

หลังจากนี้จะมีโอกาสได้เดินทางไปต่างประเทศอีกไหม ?
“ที่เล็งๆ ไว้ก็น่าจะช่วงประมาณเดือนเมษายนค่ะ แต่ขออุบไว้ก่อนนะคะ เดี๋ยวพี่ๆ จะไม่ตื่นเต้น”

ขบอคุณแหล่งที่มา https://www.sanook.com

Read More

แมว จิรศักดิ์ เปิดใจชีวิตคู่ 10 ปีกับ “แหนว อาจารีย์” เกือบเลิกกันเพราะเหล้า

แมว จิรศักดิ์ ใช้ชีวิตคู่มาอย่างยาวนาน สำหรับนักร้องหนุ่ม แมว จิรศักดิ์ และภรรยานอกวงการ แหนว อาจารีย์

แมว จิรศักดิ์ ล่าสุด แมว และ แหนว ได้มาเปิดใจผ่านทางรายการคุยแซ่บ Show ทางช่อง one31 ที่มี พีเค ปิยะวัฒน์ และ ชมพู่ ก่อนบ่าย เป็นพิธีกร

10 ปีที่คบกันมา ย้อนกลับไปหน่อยไปรู้จักกันยังไง?

แมว : “ก็รู้จักกันแถวตึกแกรมมี่นี่แหละ ก็รู้จักกันมาสักพัก ทำงานก็เดินผ่านกันไปมา มีช่วงหนึ่งที่มีจัดแคมปัสเขาก็เป็นคนดูแล”

เอาจริงๆ ช่วงที่พี่แหนวเข้ามาในชีวิต เป็นช่วงที่พี่แมวผิดหวังในความรักพอดี?

แมว : “ครับ มันเหมือนเชื่อมต่อกันพอดี พอตรงนั้นจบปุ๊บ เราก็เฮิร์ทอยู่ช่วงหนึ่ง ซึ่งตอนนั้นยังไม่เลิกดื่ม คือภาษาดนตรีต้องรักษาแผลใจ เราก็ไปนั่งดื่ม แต่ก็เหงาโทรศัพท์หาเพื่อนมันก็ไม่ได้อะไรมากมาย เราไม่รู้จะโทรศัพท์หาใครอีก ก็เลยดูเบอร์ เจอเบอร์แหนวเลยโทร.หา ก็ชวนเขามานั่งเป็นเพื่อนแต่เขาไม่มา”

แหนว : “ตอนนั้นประมาณ 5 โมงครึ่งยังทำงานอยู่เลย แต่ว่าเราไม่เที่ยว ไม่ดื่มเหล้า ไม่อะไรเลย แล้วแพ้กลิ่นบุหรี่ด้วย ก็เลยไม่ไปดีกว่า อีกอย่างเขาเพิ่งมีข่าวไม่อยากไปนั่งให้มันเป็นเป้า”

แล้วตัดสินใจตอนไหนว่าจะคบกัน?

แมว : “เป็นปีอยู่นะ แต่ระหว่างนั้นก็ทำความรู้จักกันไป ละลายพฤติกรรม”

แหนว : “จริงๆ ไม่ต้องจีบเลยนี่ก็ใกล้ 30 แล้ว เราก็เริ่มรู้แล้ว เพราะเขาส่งข้อความมา เราก็ถามว่าคบกันไหม เอานิสัยจริงๆ ออกมาเลยนะ ไม่ต้องเฟคจะได้ไม่เหนื่อย เพราะถ้าเอาออกมาแล้วรับกันไม่ได้ก็จะได้ไม่เสียเวลา

แมว : “เราแสดงตัวตนเต็มที่ ตื่นกี่โมง พฤติกรรมการดื่มเป็นยังไง เขาเห็นหมด”

เห็นแล้วพี่แหนวรู้สึกยังไง?

แหนว : “ก็อึ้งๆ หน่อย โห…กินเหล้าขนาดนั้น คือไม่ใช่เหล้าอย่างเดียว เบียร์ด้วย คือเปิดตู้เย็นห้องเขามันไม่มีน้ำเปล่า มันมีแต่เบียร์กับโซดา แล้วเขากินเหล้าแบบเพียวๆ”

เห็นอยู่แบบนั้นนานไหมที่เปิดตู้เย็นแล้วเบียร์เต็มตู้?

แหนว : “ก็สักพัก เป็นเดือน เราก็รู้สึกว่ามันไม่ดี บ้านเราก็ไม่มีใครดื่ม แล้วเริ่มคุยกันว่าถ้าเป็นแบบนี้มันไม่ได้แน่ๆ เพราะว่ากินขนาดนี้แก่ไปมันต้องเป็นโรคแน่ๆ แล้วถ้าป่วยติดเตียง แล้วเขาไปกินเหล้ากับเพื่อนไม่ได้ไปกับเรา เราไม่ดูแลนะ ไปเรียกเพื่อนมาดูแล แต่ถ้าจะให้เราดูแลก็หยุดตอนนี้ แก่ไปเป็นไรไปดูแลได้ เพราะมีความรู้สึกว่ามันไม่เอาเปรียบกัน แต่เขาก็ยังดื่มอยู่แต่ลดปริมาณลง แล้วจะมีเรื่องการนอนของเขามาขั้นก่อนหน้าที่จะคุยเรื่องเหล้า เรื่องการนอนมันไม่ตรงกันเลย คือพี่แมวเขาตื่นกลางคืน นอนกลางวัน เราทำงานออฟฟิศปกติเลยคุยกันได้นิดเดียวต่อหนึ่งวัน”

ถึงขั้นวันหนึ่งบอกว่าถ้าเลิกสิ่งเหล่านี้ไม่ได้ก็เลิกกัน?

แหนว : “น่าจะเรื่องเบียร์ เราบอกว่าถ้าพี่แมวยังดื่มแบบนี้เราหยุดแค่นี้กว่า เพราะตอนนั้นเริ่มรู้สึกดีๆ กับเขาแล้ว เพราะไม่อยากไปต่อแล้วจริงๆ เราหยุดแล้วเราเป็นเพื่อนกันดีกว่า ไม่อยากเสียเพื่อนดีๆ แบบเขาไป”

เลิกเลยไหม?

แมว : “ยังไม่ขาด มันลดลง แต่มีประปราย ไปตามงานเลี้ยงมันก็มีนิดๆ หน่อย จนมาวันหนึ่งเขาเอาหนังสือชื่อว่าตีบ ตัน แตก ตาย มาให้อ่าน เป็นเรื่องของการไม่ดูแลตัวเอง แล้วเรื่องเหล้าเรื่องอะไร เขาก็พาผมไปตรวจสุขภาพที่โรงพยาบาล โอ้โห คอเลสเตอรอลสามร้อยกว่า แล้วก็มีไขมันพอกตับ”

แมว จิรศักดิ์

แหนว : “เราพาเขาไปหาคนที่เป็นมะเร็งตับ ซึ่งตอนนั้นไปโรงพยาบาลรัฐที่เขาไม่มีห้องพิเศษต้องไปนอนรวมกันเยอะๆ เขาเห็นอะไรแบบนั้นก็ถามว่าเป็นอะไร เราก็เลยเล่าให้เขาฟัง เสร็จแล้วพาไปหาคุณยายเป็นเส้นเลือดสมองตีบ จากนั้นเขาก็หยุดเลย”

เห็นว่ามีบางวันเจอคำพูดหนักๆ ด้วย?

แหนว : “ใช่ค่ะ วันนั้นไปคอนเสิร์ตกับพี่แมว เราก็มานั่งรอบนรถตู้ ซึ่งฝั่งที่เรานั่งบางคันมันจะเปิดกระจกได้ เราก็เปิดกระจกไว้ แล้วพี่แมวเขาขึ้นมา แล้วแฟนคลับเขาโผล่มาตรงกระจกแล้วพูดว่า พี่แมวๆ หนูชอบพี่แมวมากเลย แล้วเขาบอกว่าพี่ไม่น่าเลิกกับพี่กี้เลย พี่กี้สวยจะตายไม่เหมือนคนนี้ ตอนนั้นก็รู้สึกโกรธ คุณไม่รู้เรื่อง คุณอย่าเอาอะไรที่คุณตัดสินมาอะไรคนอื่น ก็เลยปิดกระจกเลย เราก็ถามพี่แมวว่าพี่แมวไม่คิดจะช่วยอะไรหรอ พี่แมวบอกเดี๋ยวจัดการให้”

แมว : “ส่วนใหญ่ผมจะโดน อย่างที่ผ่านมาโดนเกรียนๆ เยอะ แต่ล่าสุดเขาไม่ได้เกรียนแต่เขาไม่รู้เลยซวยไป ที่ผ่านมาเขาก็ถามว่านิโคลไม่มาเหรอ แล้วก็ขำๆ ไป คือเรื่องเหล่านี้มันเป็นเรื่องเจ็บปวดไม่ควรเอามาล้อเล่น หลังจากเหตุการณ์ที่แล้ว มีเข้ามาในเฟซบุ๊กอีกครับ ผมโพสต์รูปผม แล้วบอกว่าในอากาศนั้นมีฝุ่น แล้วในใจคุณมีใคร เข้ามาครับ นิโคล ผมก็เลยพิมพ์กลับไปว่านี่กี่ปีแล้ว คุณยังไม่เลิกล้อเล่นแบบนี้อีกเหรอ ไม่สนุกนะครับ และสักพักคอมเมนต์นั้นหายไป แต่ผมแคปหน้าจอเอาไว้ แล้วผมก็เข้าไปในอินบ็อกซ์เขาแล้วส่งรูปที่แคปไป แล้วบอกว่าไม่ควร”

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.sanook.com

Read More
เล็ก พงษธร 

เล็ก พงษธร เปิดใจ เลือกเพลงรักเธอทั้งหมดของหัวใจ ผมอยากร้องให้ถึงคนบนฟ้า

เล็ก พงษธร โกยคะแนนโหวตไปอย่างถล่มทลาย สมเป็นตัวเกร็งที่เล็งว่าที่แชมป์มาตั้งแต่รอบบบลายด์ออดิชัน ในที่สุด

เล็ก พงษธร ประมงหนุ่มน้ำเสียงจริงใจ เล็ก-พงษธร กำบัง จากจังหวัดเพชรบุรี วัย 24 ปี ลูกทีม โค้ชโจอี้ บอย คว้าแชมป์รายการ “เดอะ วอยซ์ 2018” (The Voice 2018) ทางพีพีทีวี เอชดี 36

กลายเป็น เสียงจริง ตัวจริง ที่ได้รับคะแนนนิยมจากผู้ชมทางบ้านอย่างล้นหลาม ต่างเทคะโนนโหวตสูงสุดมากถึง 86% ได้รับรางวัลเงินสด 1 ล้านบาท จากธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) และมีโอกาสเซ็นสัญญาเป็นศิลปินกับค่ายเพลงคุณภาพชื่อดัง

หลังจากขับเคี่ยวมาเป็นเวลากว่า 3 เดือน ซึ่งก่อนเริ่มการแข่งขันอย่างเป็นทางการ

เปิดเวทีด้วยโชว์เซอร์ไพรส์พิเศษจากอดีตโค้ชที่หลายๆ คนคิดถึง แสตมป์ อภิวัชร์ ปรากฎตัวพร้อมด้วยนักร้องรุ่นพี่ เดอะ วอยซ์ อาทิ ตุ๊กตา-จมาพร แสงทอง และ เมย์-ฝนพา ปราโมช ณ อยุธยา มาโชว์เสียงหวานๆ คู่กันในเพลง “กาลครั้งหนึ่ง”

ต่อด้วยหนุ่มเซอร์ ชาติ-สุชาติ แซ่เห้ง มาในเพลง “ความคิด” และเพลง “มันคงเป็นความรัก” จากโค้ชแสตมป์ ที่แท็กทีมมาเชิญชวนแฟนคลับเดอะ วอยซ์ ติดตามชมรายการ “เดอะ วอยซ์ ซีเนียร์” รายการใหม่แกะกล่องที่เตรียมจะมาเขย่าวงการเพลงของรุ่นใหญ่วัยเก๋า

เริ่มออนแอร์สัปดาห์แรก วันจันทร์ที่ 11 มีนาคมนี้ ซึ่ง หนุ่มแสตมป์ ก็เป็นหนึ่งในโค้ชที่น่าจับตามองอีกครั้ง

สำหรับกติกาการแข่งขันในรอบชิงชนะเลิศ จะแบ่งออกเป็น 2 รอบ โดยรอบแรก จะเป็นการแข่งขันเพื่อหา 2 คนสุดท้ายที่มีคะแนนโหวตสูงสุดจากผู้ชมทั้งประเทศ 100%

ในรูปแบบ One Number One Vote โดยพิธีกร กบ ทรงสิทธิ์ ได้ทำการจับสลากเพื่อแบ่งการโชว์เป็น 2 กรุ๊ป กรุ๊ปละ 4 โชว์ โดย 4 คนแรกที่ทำการโชว์ก่อน ได้แก่

TV1 เซฟ-อภิสิทธิ์ สุริวงศ์ ในเพลง “กัญชา”

TV2 ป๊อก-วทัญญู ปริงหาดยาย ในเพลง “เดียวดายกลางสายลม”

TV3 นิสนึง-อรรัศมิ์ดา โรจนเตชสิริ ในเพลง “เชพบ๊ะ”

TV4 แตงโม-สยาภา สิงห์ชู ในเพลง “มือถือไมค์ไฟส่องหน้า”

ซึ่งผลการโหวตสูงสุดมากถึง 39% ตกเป็นของพนักงานสาวสวยจากบริษัทจัดส่งพัสดุ นิสนึง ที่ถ่ายทอดออกมาได้เซ็กซี่เย้ายวนใจโดนใจมหาชน เข้าไปรอชิงฯ เป็นคนแรก

จากนั้นเป็นการแข่งขันของกรุ๊ปที่สอง ได้แก่ TV5 ลูกปลา-อารียา โรจนดิษฐ์ ในเพลง “ชีวิตฉันขาดเธอไม่ได้” TV6 เอ็มมี่-วันเฉลิม หลวงประทุม ในเพลง “เพลงสุดท้าย” TV7 โจอี้-จักรกฤษ ขำจิตร์ ในเพลง “ความเชื่อ” TV8 เล็ก-พงษธร กำบัง ในเพลง “รักเธอทั้งหมดของหัวใจ” ผลปรากฎว่าหนุ่มประมงชาวเพชรบุรี เล็ก พงษธร ถ่ายทอดออกมาได้ซึ้งถึงใจ ได้รับคะแนนโหวตสูงสุดอย่างเอกฉันท์ 52% เข้าไปชิงฯ กับ สาวนิสนึง ในรอบตัดสิน

เล็ก พงษธร 

โดยในรอบตัดสินทั้งคู่จะต้องเลือกเพลงที่เคยสร้างผลงานดีที่สุดในการแข่งขันที่ผ่านมามาร้องเป็นครั้งสุดท้าย โดย นิสนึง เลือกเพลง “สัญญากับใจ” ที่เคยร้องในรอบ Knock Out กลับมาถ่ายทอดอีกครั้งในรอบตัดสินด้วยน้ำเสียงลูกทุ่งหวานทะลุจอ ด้านคู่แข่งสายแข็งอย่าง หนุ่มเล็ก ได้เลือกเพลง “อกหักเพราะรักเมีย” ที่เคยร้องในรอบBlind Audition กลับมาร้องได้อินและดีกว่าเก่า เพื่อให้ผู้ชมทางบ้านโหวตแชมป์ “เดอะ วอยซ์ 2018” เพียงผู้เดียว ผ่านการโหวต ในรูปแบบ One Number One Vote

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกับ ไลน์@ข่าวสด ที่นี่
เพิ่มเพื่อน

ลุ้นเกร็งกันทั้งประเทศ เมื่อพิธีกร กบ-ทรงสิทธิ์ ประกาศผลแชมป์ “เดอะ วอยซ์ 2018” ผลปรากฏว่า เล็ก- พงษธร กำบัง คว้าตำแหน่งแชมป์ไปครองอย่างเป็นเอกฉันท์ ด้วยสไตล์การร้องจัดจ้านมาตั้งแต่รอบบลายด์ออดิชั่น ชนะใจคนฟังทั้งประเทศ เทคะแนนโหวตให้สูงสุดถึง 86% ถือเป็นการทำแชมป์คนที่ 3 ของ โค้ชโจอี้ บอย ที่ได้รับกระแสการยอมรับอย่างล้นหลาม หลังจากทุ่มเทแรงกายแรงใจมาตั้งแต่ต้นเพื่อส่งลูกทีมไปถึงฝั่งฝันในการเป็นนักร้องมืออาชีพ

หนุ่มเล็ก กล่าวถึงความรู้สึกหลังจากคว้าแชมป์ “เดอะ วอยซ์ 2018” ว่า “ตอนนี้เหมือนอยู่ในฝันเลยครับ ตื่นเต้นมาก ไม่เคยคิดว่าตัวเองเก่งเลย คือทุกคนเก่งเท่าๆ กัน ที่ได้เป็นแชมป์ก็ต้องขอบคุณพี่ๆ ที่รักผม เชียร์ผม โหวตให้ผม ผมมาเวทีนี้เพราะผมอยากมาลบคำสบประมาท แล้วก็ทำในสิ่งที่ตัวเองรักด้วย ไม่คิดว่าจะเข้ามาถึงขนาดนี้ได้ แล้วได้มาเป็นแชมป์ เดอะ วอยซ์ 2018 ด้วย ก็ขอบคุณมากๆ เลยครับ

ส่วนสาเหตุที่เลือกเพลง “รักเธอทั้งหมดของหัวใจ” เพราะผมชอบอยู่แล้วมากๆ และผมก็อยากจะร้องให้ถึงคนบนฟ้า นั่นคือคุณตาผมครับ เพราะคุณตาของผมเพิ่งเสียในช่วงที่กำลังประกวดรายการ ผมไม่ได้รดน้ำศพแล้วก็ไม่ได้อยู่เผา อยู่แค่ฟังพระสวดแค่คืนเดียว เพราะต้องมาที่ประกวดครับ ก็เลยรู้สึกว่าผมอยากจะร้องเพลงนี้ให้ส่งถึงฟ้าครับ”

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.khaosod.co.th

Read More
นิชคุณ แฮปปี้

นิชคุณ แฮปปี้ เล่น ทองเอก หมอยา ท่าโฉลง แย้มปีนี้อาจมีคอนเสิร์ตที่ไทย

นิชคุณ แฮปปี้  เผยเล่นละคร ทองเอก หมอยา ท่าโฉลง สนุกมาก หากมีเรื่องอื่นติดต่อต้องให้ต้นสังกัดที่เกาหลีดูบทก่อน แย้มปีนี้อาจมีคอนเสิร์ตที่เมืองไทย

นิชคุณ แฮปปี้ ช่วงนี้มีผลงานในเมืองไทยให้แฟน ๆ ได้ชมความหล่อละมุนของไอดอลสุดหล่อ นิชคุณ หรเวชกุล หรือ นิชคุณ 2PM กันแล้ว หลังเจ้าตัวก็ได้รับเชิญร่วมลงเล่นละคร ทองเอก หมอยา ท่าโฉลง โดยเมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2562 ก็ทำเอาเซอร์ไพรส์ เมื่อ นิชคุณ มาร่วมงานมหกรรมฉลองครบรอบ 49 ปี ไทยทีวีสีช่อง 3 งานวัดคาร์นิว้าว ด้วย

ถามถึงงานละคร ?

นิชคุณ : ละครเรื่องทองเอก หมอยา ท่าโฉลง ก็ได้แสดงกับมาริโอ้ มีมาร์กี้ด้วย สนุกมากดีใจครับ ที่ได้กลับมาทำงานที่เมืองไทยอีกครั้ง

ที่มาที่ไปเป็นมายังไง ?

นิชคุณ : ถือเป็นโอกาสที่ดี ที่ได้กลับมาร่วมงานอีกครั้งหนึ่ง

นิชคุณ แฮปปี้

การทำงานในเมืองไทยเป็นยังไงบ้าง ยากไหม ?

นิชคุณ : ผมว่ามันอยู่ที่บท อยู่ที่ความพร้อมมากกว่าครับ ผมเตรียมพร้อมมาเต็มที่เหมือนกันมาแสดงเป็นคนเกาหลีลองไปดูกันดีกว่าว่าจะเป็นยังไง

ตอนถ่ายทำมันยากขนาดไหน ?

นิชคุณ : ไม่ได้มีอะไรยากมากมายขนาดนั้น เพราะบทก็ไม่ยาก ไปสนุกกันมากกว่า

จะมีละครไทยอื่น ๆ อีกไหม ?

นิชคุณ : ยังไม่ทราบเลยครับ ขอดูตารางก่อน

นิชคุณ แฮปปี้

แต่เราก็สนใจ ?

นิชคุณ : ก็ยังสนใจอยู่ตลอดเวลาอยู่แล้วครับ แต่มันมีเวลาหลาย ๆ อย่างที่ยังไม่ลงตัว ตารางงานที่จะได้แสดง มันต้องได้บทที่ดี

เวลารับงานทางสังกัดเกาหลีต้องจัดให้นิชคุณไหมในบทต่าง ๆ ?

นิชคุณ : จริง ๆ บริษัทที่เมืองไทยจะจัดการให้ด้วย ฝ่ายนู้นก็จัดการให้ด้วยครับ

เขาดูเรื่องภาพลักษณ์แบบไหนยังไงในการมาทำงาน ?

นิชคุณ : เขาดูหลาย ๆ อย่าง ไม่ใช่แค่ว่าผู้กำกับเป็นใคร บทที่ได้เข้ากับภาพลักษณ์หรือเปล่า

ถามเรื่องไปงานมีตติ้งของแบมแบม ?

นิชคุณ : ออกงานแล้วเวลามันตรงพอดีไม่ไปไม่ได้ เลยไปเป็นกำลังใจให้น้อง

ถามถึงผลงานเพลง ?

นิชคุณ : งานเพลงผม อัลบั้มผมออกมาวันที่ 18 ลองฟังดูครับแนวเพลงฟังง่ายสบาย ๆ

นิชคุณ แฮปปี้

รายละเอียดของเพลงมันเป็นยังไง ?

นิชคุณ : อัลบั้มนี้ผมเป็นคนแต่งเอง ถือว่าเป็นของขวัญให้กับแฟนคลับของผม แล้วก็หวังว่าจะได้มีโอกาสมาแสดงคอนเสิร์ตในเมืองไทยภายในปีนี้

ดูเหมือนช่วงนี้นิชคุณมารับที่เมืองไทยเยอะมากขึ้น ?

นิชคุณ : จริง ๆ ต้องขอขอบคุณช่อง 3 และหลาย ๆ ฝ่ายที่มาทาบทามให้มาทำงานที่เมืองไทยก็พยายามหาโอกาสที่จะกลับมาเมืองไทย

อันนี้เป็นความต้องการของเราด้วยไหม ?

นิชคุณ : แน่นอนอยู่แล้วครับ ไม่เชิงไม่ใช่ความต้องการของเราหรอกครับ แต่ว่ามันมีละครที่ไทย แต่จริง ๆ มีงานที่ประเทศอื่น อย่างจีน ญี่ปุ่น เกาหลี ก็มีก็ดูว่าจะมีตารางงานที่ไทยเมื่อไร

ได้ข่าวว่าเพื่อน ๆ ในวง 2PM จะแยกย้ายมาทำงานเดี่ยวกันมากขึ้น ?

นิชคุณ : มีส่วนครับ ส่วนใหญ่เลยแหละ เพราะว่าตอนนี้เราไม่สามารถทำงาน 2PM ได้ แล้วแต่ว่าใครจะได้รับโอกาสไหน

รอบนี้อาจจะได้กลับมาอยู่เมืองไทยนาน ?

นิชคุณ : ไม่หรอกครับ เหมือนมารับแป๊บเดียวก็ต้องกลับ

ขอบคุณแหล่งที่มา https://women.kapook.com/

Read More
โบว์ แวนดา

โบว์ แวนดา รับละคร คุยกับ ปอ จะทำเต็มที่ จุก มะลิ ถามถึงพ่อ พร้อมบอกความจริง

โบว์ แวนดา ภรรยาคนสวย ของอดีตพระเอกผู้ล่วงลับ ปอ-ทฤษฎี สหวงษ์

โบว์ แวนดา มาร่วมงานแถลงข่าว CLUB FRIDAY THE SERIES 11 รักที่ไม่ได้ออกอากาศ จากนั้นได้ให้สัมภาษณ์ถึงเรื่องรับงานแสดงละครครั้งแรก โดย โบว์ เผยว่า “ตื่นเต้นค่ะ แล้วก็กำลังงงๆ ว่าพี่ฉอดกับพี่เอสเล็งเห็นอะไรของเราอยู่ เรายังไม่มั่นใจไง แต่พอพี่ฉอดพี่เอสมีความมั่นใจในตัวเราก็เลยมีความรู้สึกว่า เราก็ต้องมั่นใจและอย่ากลัว”

ได้ถามไหมว่าทำไมต้องเป็นโบว์ “ยังไม่ได้คุยกัน แต่ว่ามีคนบอกให้ฟังว่าพอเห็นบทแล้ว พี่ฉอดกับพี่เอสก็นึกถึงเราเลย ด้วยความที่เราเคยทำงานเป็นผู้ประกาศข่าวด้วย รวมถึงอะไรหลายๆ อย่างที่มันต้องปิดในความเป็นเราด้วย คงจะมีอะไรคล้ายๆ กัน”

พิจารณานานไหมกว่าจะตกลงรับเล่น “อ่านบทแล้วไม่นาน ก็ยังบอกให้พี่ปูโทรไปถามทีมงานว่านี่คือเรื่องจริงใช่มั้ย ของคนที่เขาอยู่ในสังคม เขาบอกว่าเป็นเรื่องจริง คนคู่นี้ก็ยังอยู่ เรามีความรู้สึกว่า มันมีด้วยเหรอบนโลกใบนี้ที่มีความรักแบบนี้จริงๆ เกิดขึ้น ก็เลยอยากจะเป็นส่วนหนึ่งในการที่อยากจะถ่ายทอดความรักดีๆ ที่มันหายาก”

ด้วยความไม่เคยเล่นละครมาก่อน i99bet เราต้องเตรียมตัวยังไง เพราะนักแสดงแต่ละคนก็มากฝีมือทั้งนั้น “โบว์เป็นคนเดียวเลยมั้ง เมื่อกี้ได้เจอ โอม-อัชชา และ แนน-ชลิตา ก็เลยบอกว่า ฝากตัวก่อนเลยว่า บอกได้เลยว่าเราก็ไม่รู้ว่าการเล่นละครมันต้องอะไรยังไง ขอโทษก่อนเลยถ้าสมมติว่าทำให้ทีมงาน หรือว่าอะไรมันช้าเพราะเรา แต่ก็บอกเขาว่าจะตั้งใจ เริ่มถ่ายประมาณเดือนเมษายน ออนแอร์ก็น่าจะประมาณกรกฎาคมค่ะ”

ต้องเรียนการแสดงเพิ่มไหม “เนี่ยเดี๋ยวใกล้ๆ อาจจะมีนัดได้คุยกัน ถามว่าตื่นเต้นขนาดไหน ตื่นเต้น(หัวเราะ) มันเป็นความกลัวมากกว่าตื่นเต้น เพราะหลายๆ อย่างที่มันเกิดกับชีวิตเราหลังจากพี่ปอไม่อยู่มันก็มีความตื่นเต้นในทุกๆ วันอยู่แล้ว เราจะเจออะไรที่ไม่เคยเจอ ครั้งนี้ก็เป็นอีกครั้งนึงที่เป็นประสบการณ์ที่เราไม่เคยได้ทำ แล้วก็ไม่คิดว่าอายุประมาณนี้แล้วเราจะได้รับโอกาสแบบนี้ ก็เลยรู้สึกว่ากลัวมากกว่า กลัวว่าเราจะทำไม่ได้ กลัวว่าเราจะทำให้นักแสดงท่านอื่นเสียเวลา แต่ทุกคนวันนี้ได้เจอก็ให้กำลังใจว่าทำได้ เราต้องบอกตัวเองว่าทำได้”

เห็นบทแล้วเครียดไหม “เครียดเลย มาเรื่องแรกก็หนักหนาสาหัสมาก เป็นบทเศร้าซะส่วนใหญ่ เป็นทั้งติดเชื้อHIV โดนข่มขืน มันก็เป็นอะไรที่ท้าทายในความเป็นชีวิตของเรา เป็นครั้งแรกในชีวิตที่ได้เล่น ได้เจอกับบทที่หนักขนาดนี้”

เป็นการสานฝันตัวเองที่เคยอยากเป็นนางเอกด้วย “เอาจริงๆ เด็กๆ ทุกคนก็อยากเป็นพระเอก-นางเอก อยากเป็นดารา แต่ช่วงนั้นมันก็จะได้เป็น ก็ไม่ได้เป็น แล้วก็หมดความฝันไปตั้งแต่อายุ 20 ปีปลายๆ เรารู้สึกว่าชีวิตไม่ได้มาสัมผัสอะไรแบบนี้หรอก พอใกล้จะอายุ 40 ปี อยู่ๆ ทางทีมงานคลับฟรายเดย์โทรมา เห้ย! มันจริงเหรอ ดันได้บทที่มันเป็นคนดำเนินเรื่อง ก็เลยดีใจมากกว่า”

โบว์ แวนดา
ก่อนหน้านี้เราก็พยายามจะเข้ามาทำงานในวงการอยู่แล้วใช่ไหม “แต่ก่อนยุค 90 (หัวเราะ) พวกงานถ่ายเอ็มวีเราก็เคยผ่านมา ถามว่ามันติดตรงไหน เราไปเจอประสบการณ์มีคนอยากดันเรานะ แต่ต้องแรกกัน เราเคยเจอกับที่ที่นึงค่อนข้างจะมีชื่อเสียง โบว์เจอกับตัว ไปแคสแล้วเขาจะเซ็นสัญญาแล้ว เขาเรียกเข้าห้องก่อนแล้วบอกว่า เห้ย! แลกกัน แค่ครั้งเดียว เราก็เลยร้องไห้ มีนักแสดงท่านนึงจับมือไว้แล้วบอกว่าเป็นอะไร เราก็เล่าให้ฟัง เขาก็บอกกลับไปเรียนหนังสือซะ เขาพูดอย่างนี้ตอนเราอยู่ ม.ปลาย”

เรื่องนี้ก็เหมือนได้ย้อนกลับไปเมื่อตอนนั้น “คล้ายๆ หลายอย่างเรายังงงเลย อยู่ๆ บทมันก็ใกล้เคียง ทั้งๆ ก็ไม่เคยคุยกับพี่ฉอดคุณเอสเลย ถามว่ากลัวติดใจงานแสดงมั้ย เอาว่าให้ผ่านเรื่องแรกไปก่อน แล้วหลังจากนั้นจะโดนชมหรือโดนด่า ถ้าก้าวขาไปแล้วก้าวนึง สมมติสามารถก้าวต่อได้โบว์ก็จะก้าวต่อ เราก็ไม่ได้ปิดกั้นชีวิต มันคือประสบการณ์และเป็นอีกหนึ่งงานที่สามารถทำให้เราดูแลครอบครัวได้ สมมติก้าวไปแล้วมันไม่ได้จริงๆ ก็ถอยกลับมาอยู่ที่เดิมของเราแค่นั้น”

เรามีความมั่นใจไหม “มั่นใจไม่มีเลย แต่ตั้งใจมากกว่า ความพยายามเรามี อย่างที่บอกไปจะทำให้เต็มที่ที่สุด ผลที่ออกมาจะได้ไม่ได้เราก็ต้องพิจารณาตัวเองแล้ว ว่าควรจะต่อหรือจะหยุด”

ได้มีบอก ปอ-ทฤษฎี ไหมว่าเราจะเล่นละครนะ “พอรับโทรศัพท์เสร็จก็เดินไปที่รูปพี่ปอเลย แล้วก็บอกว่า ปอ โบว์จะทำให้ได้ โอกาสมาในชีวิตแล้ว ก็จะพยายามทำทุกโอกาสที่เข้ามาในชีวิตให้เต็มที่ที่สุด เพราะว่าพอไม่มีปอชีวิตโบว์ก็ได้เรียนรู้อะไรหลายอย่าง อะไรที่มาแบบไม่คาดฝัน เราก็ผ่านมันมาได้แล้ว และนี่เป็นอีกครั้งนึงที่เราจะผ่านให้ได้ ด้วยความตั้งใจและความพยายามของเรา”

ตอนปออยู่เขาเคยเล่าถึงเทคนิคในการแสดงให้ฟังไหม “ไม่เคยเลย (ยิ้ม) พอกลับบ้านจะไม่พูดถึงเรื่องการทำงาน เราก็จะอยู่ในโหมดแม่บ้าน ก็คือให้เขาหายเหนื่อย เราจะไม่พูดว่าเขาทำอะไรยังไงมาบ้าง เขาก็ไม่ได้มาเล่าอะไร”

ถามถึงเรื่องคลิปล่าสุดที่มะลิถามถึงพ่อ “ช่วงนี้ถามทุกวันค่ะ วันนั้นที่โบว์อัดคลิปที่เขาพูด คือกำลังสตาร์ทรถไปส่งเขาที่โรงเรียน เขาก็บ่นข้างหลังอยู่คนเดียว โบว์ก็ถามว่ามะลิพูดอะไร พอเขาเริ่มพูดโบว์เลยหยิบโทรศัพท์มาแอบถ่าย เขาก็บอกว่าทำไมหนูไม่มีพ่อ คือเขาเพิ่งกลับมาจากบุรีรัมย์ แล้วก็ไปอยู่กับครอบครัวของน้องชายพี่ปอ เขาก็จะซึมซับกันทุกวัน ด้วยความสงสัยของเด็กเขาก็บอกว่า หนูอยากเป็นแบบ ปลาวาฬ ที่มีอาป๊อบกับอาเบนซ์ นั่งรถไปก็มี อาป๊อบขับรถ มีอาเบนซ์นั่งข้างหน้า ปลาวาฬนั่งข้างหลัง หนูก็อยากให้พ่อมาขับรถคันนี้ แล้วให้แม่นั่งข้างๆ แล้วหนูก็อยู่ข้างหลัง แล้วเราก็ขับไปเที่ยวกัน”

“เราก็บอกว่าหนูก็มี แต่หนูยังเจอพ่อไม่ได้ ตอนนั้นเราก็จุก เราก็ไม่รู้จะพูดยังไงกับลูก แล้วเขาก็บอกว่าหนูอยากให้พ่อกลับมาจริงๆ แล้ว ก็คิดว่าอีก 1-2 เดือนโบว์จะบอกแล้วค่ะ จริงๆ โบว์กะว่าจะรอให้เขาอายุสัก 6 ขวบ แต่โบว์ว่าไม่เอาดีกว่า อยากให้เขาได้ซึมซับกับการเรียนรู้ความจริงตั้งแต่เด็ก เพราะโตไปมากกว่านี้ก็กลัวว่าเขาจะเริ่มรับรู้ความรู้สึกทุกอย่าง แล้วพอรู้จริงๆ เขาจะเสียใจหนักมากกว่านี้”

วางแผนที่จะสื่อสารกับน้องอย่างไร “ก็พยายามบอกเขาก่อนว่า พ่อหนูเป็นใคร คุณพ่อทำอะไรไว้บ้าง และวินาทีสุดท้ายเราก็ยังได้อยู่กับคุณพ่อ โบว์ว่ามนุษย์ทุกคนบนโลกนี้ต้องเรียนรู้อะไรแบบนี้ กับความรู้สึกสูญเสีย แต่อยู่ที่ว่าจะช้าหรือเร็วแค่นั้น โบว์มองข้ามสเต็ปไปค่ะ คือมะลิน่ะเสียใจอยู่แล้ว”

“แต่สิ่งที่โบว์ให้ความสำคัญก็คือหลังจากที่มะลิเสียใจ โบว์ต้องทำยังไงกับลูกบ้าง จะทำให้ลูกหายเสียใจยังไง ทุกวันนี้โบว์ก็จะพยายามบอกลูกว่า ถ้าคุณพ่อไม่อยู่ แล้วคิดถึงพ่อก็ให้ยิ้ม อย่าหัวเราะ เพราะถ้าหนูหัวเราะพ่อก็จะรู้สึกไม่ดี แล้วคุณพ่อก็สอนให้แม่ยิ้มตลอด คือไม่อยากให้เขาเสียใจ แต่โบว์มั่นใจว่าด้วยความเป็นมะลิทุกวันนี้ โบว์มั่นใจว่าเขารับได้และเขาต้องผ่านได้ค่ะ”

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.khaosod.co.th…

Read More
วันเดอร์เฟรม

วันเดอร์เฟรม เขินคบ บอส ชนกันต์ เดือนเดียวเป็นแฟน-ปลื้มฝ่ายชายช่วยแต่งเพลง

วันเดอร์เฟรม นักร้องสาว เฟรม ศุภัคชญา สุขใบเย็น หรือที่รู้จักในนาม วันเดอร์เฟรม (wonderframe) นำซิงเกิลใหม่ล่าสุด “เขาไปแล้ว (Feat. อาม ชุติมา)”

วันเดอร์เฟรม ข่าวสดได้ลองฟัง พร้อมอัพเดตเรื่องหัวใจ หลังเพิ่งเปิดตัวคบหาดูใจกับ บอส-ชนกันต์ พูนศิริวงศ์ พระเอกหนุ่มช่อง 7

โดย เฟรม เผยว่า “จุดเริ่มต้นคือเขาเป็นรุ่นพี่เฟรมปีนึงที่มหาวิทยาลัย แล้วมีคลาสนึงที่เขาต้องมาลงเรียนกับรุ่นน้องก็เลยเจอและรู้จักกันตั้งแต่ตอนนั้น แต่ยังไม่ได้เป็นแฟนกันนะ เหมือนเป็นเพื่อนกันมาเรื่อยๆ ตอนนั้นเราจะรู้สึกมากกว่าว่าเขาเป็นดารา แต่เขาก็คงไม่ได้สนใจหรอกว่าเราเป็นนักร้อง”

ใครจีบใครก่อน ?
“เหมือนมีการกลับมาคุยกัน เป็นการกลับมาคุยกันที่งงๆ ค่ะ เขาก็ทักมาถามว่าเป็นยังไงบ้าง เพราะไม่ได้คุยกันเลยตั้งแต่เรียนจบ ก็เลยคุยกันและมีนัดเจอกัน แต่เราไม่ได้คิดอะไรเหมือนไปเจอเพื่อน พอไปเจอกัน เรารู้สึกว่าตัวเขาเองก็ไม่ได้เหมือนเดิมทางด้านความคิด เขาโตขึ้นเยอะมาก”

“การเจอกันของเรามันเหมือนเขามีอะไรคล้ายๆ เรา เขาเล่นดนตรี ชอบร้องเพลง อย่างเพลง “เขาไปแล้ว” วันที่เฟรมนั่งแต่งเขียนเพลงเพิ่ม เขาก็มาช่วยนะ ท่อนที่ร้องว่า โนสนโนแคร์ เขาแต่งเพลงเก่งนะ หลายๆ คนอาจจะยังไม่เคยเห็นมาก่อน เราได้ไปเห็นในมุมที่คนอื่นไม่ได้เห็นก็รู้สึกว่า คนๆ นี้ก็น่ารักดีก็เลยเริ่มคุยมาเรื่อยๆ”

คบกันมานานเท่าไหร่แล้ว ?
“ประมาณ 3-4 เดือน ไม่ได้นับเลยนะ เราสองคนเป็นพวกไม่ได้นับวันครบรอบหรืออะไร กลับมาคุยกันแป๊ปเดียวก็คบเป็นแฟนเลย เพราะรู้สึกว่าเรารู้จักกันมานาน พอสถานะเปลี่ยนเป็นแฟนแล้วเขาก็น่ารักเหมือนเดิมนะ แต่ก็มีตบตีกันบ้างเป็นเรื่องปกติ เป็นช่วงที่ต้องปรับตัวมากกว่า ซึ่งทางพ่อแม่เราก็แฮปปี้ด้วยค่ะ”

เขาถ่ายละครเราเล่นคอนเสิร์ตแบ่งเวลาเจอกันยังไง ?
“มีไม่ได้เจอกัน 10 วันก็มี ไม่ได้เจอเลยก็มี เราก็วิดีโอคอลคุยกัน แต่ไม่มีสักวันที่ไม่ได้คุยนะ แค่มีคุยมากคุยน้อย แบ่งเวลาถ้าว่างก็เจอหรือถ้าเราไม่ว่างจริงๆ ถ้าอยู่ในกรุงเทพเขาก็จะมาหาที่คอนเสิร์ต มาอยู่เป็นกำลังใจให้ ถามว่าคู่เราหวานมั้ย ก็หวานนะ เขาน่ารักค่ะ(ยิ้ม) บอสมุ้งมิ้งมาก i99bet  อีกอย่างคือเราชอบเล่นกับหมาเหมือนกัน จะชอบไปคาเฟ่หมากันมันน่ารัก”

วันเดอร์เฟรม
ประทับใจอะไรในตัวบอสถึงตกลงเป็นแฟนทันที ?
“จริงๆ คุยเดือนเดียวแล้วเขาขอเป็นแฟนเลย อายุเราก็ไม่น้อยแล้วด้วย แค่รู้สึกว่าอยากลองศึกษาดูไม่น่าจะมีอะไรเสีย เพราะต่างโตแล้วทั้งคู่ เราไม่ใช่เด็กอายุ 15 ปี เรามีสิทธิที่จะตัดสินใจว่าอยากเลือกคนนี้เป็นแฟน ก็เลยลองดู อาจจะดีหรืออาจจะไม่ดีอย่างน้อยเราก็ได้ลอง”

เรื่องการทำงานบอสช่วยซัพพอร์ตเราไหม ?
“ซัพพอร์ตเยอะอย่างเพลงนี้ “เขาไปแล้ว” ก็มาช่วยเป็นพระเอกเอ็มวีให้ ช่วยแต่งเพลง สิ่งที่เฟรมต้องการจริงๆ คือช่วยซัพพอร์ตเรื่องใจมากกว่า เวลาเราต้องการกำลังใจเขาเป็นให้ได้ เขาอยู่ให้ได้ เขาเข้าใจ เพราะเขาอยู่วงการบันเทิงมาก่อนเรา เขารู้ว่าเราต้องเจอกับอะไร เขาจะอธิบายให้เราเข้าใจ”

วันที่โพสต์รูปคู่เปิดตัวในไอจีคนก็เข้ามาแซวกันเต็มเลย ?
“โอ้โห เขินมาก(หัวเราะ) แทบไม่อ่านคอมเม้นต์เลย เราดีใจมากกว่านะ ก็ไม่รู้ว่าจะปิดทำไม จริงๆ เขาเป็นคนเริ่มเปิด เพราะเขาต้องการให้เราสบายใจ เขาไม่ได้บอกเราก่อนด้วยว่าจะเปิด แต่มาบอกหลังจากให้สัมภาษณ์ไปแล้ว เขาก็บอกว่าการเปิดของเขาคือการทำให้เราสบายใจ เพราะเมื่อก่อนบอสก็ค่อนข้างเจ้าชู้นิดนึง เราก็อาจจะมี เอ๊ะ! ยังไง เขาก็เลยเปิดเพื่อให้เกียรติเราเท่านั้นเองค่ะ”

ยังห่วงความเจ้าชู้ของเขาอยู่ไหม ?
“ไม่ห่วงนะเพราะเฟรมเป็นคนที่รู้สึกว่า ถ้าใครจะอยู่กับเรายังไงเขาก็อยู่ค่ะ เราจะไม่ไปตามจิกหรือมานั่งไล่เช็ก ถามว่าคาดหวังกับความรักครั้งยังไงบ้าง ถ้าไม่หวังก็คงไม่ได้เนอะอายุไม่น้อยแล้ว แค่รู้สึกอยากให้อยู่ด้วยกันอย่างนี้ เป็นกำลังใจให้กันไปเรื่อยๆ ค่ะ จริงๆ ตอนนี้มันดีอยู่แล้ว เราก็ไม่ได้อยากให้มันดีกว่านี้ แต่ก็ไม่อยากให้มันแย่กว่านี้ เราก็อยากให้มันมีความสม่ำเสมอไปเรื่อยๆ ค่ะ”

“เขาเข้ามาสร้างสีสันให้เราด้วยนะ เฟรมจะเป็นคนเป๊ะมากเรื่องงาน เรื่องเวลา ทุกอย่าง เป็นคนเครียดเวลาทำงานจะจริงจังมาก พอมีเขาเราจะรู้สึกว่า จริงๆ เราไม่ต้องไปซีเรียสกับชีวิตขนาดนั้นก็ได้ เวลาเรามีปัญหาเขาเคยพูดกับเรา เป็นคำพูดที่ดีมาก บางครั้งเราโดนคอมเม้นต์นิดหน่อยมันทำให้รู้สึกแย่ เขาบอกว่า อยากให้เฟรมเป็นเหมือนภูเขา ที่ไม่ว่าจะลมหรือพายุจะผ่านมา ภูเขาก็ยังอยู่ เพราะถ้าภูเขาถล่มลงไปแค่ลมพัด แล้วต้นไม้สิ่งมีชีวิตที่อยู่บนนั้น ไม่ว่าจะเป็นแฟนเพลง ครอบครัว คนที่รักเราเขาก็จะอยู่ไม่ได้ เราก็รู้สึกว่าเขามีแนวคิดหรือการซัพพอร์ตที่ดีค่ะ เฟรมก็พยายามซัพพอร์ตเขาเรื่องความรู้สึกเหมือนกัน บางทีเขาไปเจออะไรที่รู้สึกไม่ดีเราก็พยายามช่วย ตอนนี้ก็แฮปปี้ดีมีความสุขค่ะ(ยิ้ม)”

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.khaosod.co.th…

Read More